ลองเลต์ ซัดชัย บาร์ซ่า บุกเชือด เบติส 3-2 ตามหลัง ราชัน 3 แต้ม

ลองเลต์ ซัดชัย บาร์ซ่า บุกเชือด เบติส 3-2 ตามหลัง ราชัน 3 แต้ม

ลองเลต์ ซัดประตูชัยให้ บาร์เซโลน่า แซงเอาชนะ เรอัล เบติส 3-2 หลังจากที่เป็นฝ่ายตามหลังถึง 2 ครั้ง โดยเกมนี้ยังดราม่าสุดๆเมื่อ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายต่างโดนใบแดงไล่ออกจากสนามฝั่งละคน

ชัยชนะในนัดนี้ ทำให้ บาร์ซ่า เก็บเพิ่ม 3 แต้ม เป็น 47 คะแนน จาก 23 นัด รั้งรองจ่าฝูง ลาลีก้า ตามหลัง เรอัล มาดริด 3 แต้มเหมือนเดิม

ลองเลต์ ซัดชัย บาร์ซ่า บุกเชือด เบติส 3-2 ตามหลัง ราชัน 3 แต้ม

ศึกฟุตบอล ลาลีก้า ที่สนาม เบนิโต้ บีญามาริน ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เรอัล เบติส เปิดบ้านพบกับ บาร์เซโลน่า

เริ่มเกมได้เพียง 4 นาที เจ้าถิ่นได้จุดโทษเลย เป็นจังหวะที่ เฟคีร์ ได้บอลเข้าไปในกรอบฝั่งซ้าย ก่อนจะยิงด้วยขวา บอลไปติดแขนลองเลต์ ผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วเป่าให้เป็นจุดโทษของ เบติส พร้อมกับควักใบเหลืองให้ลองเลต์ และเป็น กานาเลส ที่รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปไม่เหลือ เจ้าถิ่นนำไว 1-0

บาร์ซ่า ใช้เวลาไม่นานก็มาตามตีเสมอได้สำเร็จ ในนาทีที่ 9 เมื่อ เดอ ยอง พาบอลขึ้นมาถึงกลางสนาม ก่อนจะจ่ายให้ เมสซี่ ตักข้ามแนวรับ เบติส คืนกลับไปให้ เดอ ยอง พักอกเอาบอลลง แล้วหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย ต่างดาว ตามเจ๊า 1-1

เจ้าถิ่นขึ้นนำอีกครั้งในนาทีที่ 26 เมื่อ วิดัล จับบอลลั่น เลยโดน กีโด้ ฉกได้กลางสนาม แล้ว กานาเลส จ่ายต่อทันที บอลแฉลบไปถึง เฟคีร์ กระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วซัดด้วยซ้าย แล้วยิง บอลพุ่งเรียดเสียบเสาสอง เป็นประตู 2-1

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก บาร์ซ่า ตามทันอีกครั้งจากฟรีคิกกลางสนามแล้วที่ เมสซี่ โยนยาวเข้าไปในกรอบ บอลไปเข้าทาง บุสเกตส์ เอาบอลลงแล้วยิงด้วยซ้าย ตุงตาข่าย ทีมเยือนตามมา 2-2

ครึ่งหลังนาทีที่ 72 บาร์ซ่า แซงนำจนได้ จากฟรีคิกลางสนาม เมสซี่ โยนเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ลองเลต์ เทคโหม่ง ส่งบอลเข้าไประตูไป ต่างดาว นำแล้ว 3-2

จากนั้นทั้งสองทีมต้องเหลือผู้เล่นในสนาม 10 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน เริ่มจากนาทีที่ 76 เฟคีร์ โดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะเข้าบอลหนักใส่ลองเลต์ และนาทีที่ 79 คราวนี้เป็นลองเลต์ บ้างที่ไปเตะ ฆัวคิน จากข้างหลัง โดนเหลืองที่ 2 ไล่ออกจากสนามเช่นกัน

จบเกม บาร์เซโลน่า เอาชนะ เรอัล เบติส ไป 3-2

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

เรอัล เบติส : โจเอล โรเบลส, มาร์ก บาร์ตร้า, ไอส์ซา มานดี้, อเล็กซ์ โมเรโน่, เอเมอร์สัน, เซร์กิโอ กานาเลส, วิลเลียม คาร์วัลโญ่ (ฆัวคิน ซานเชซ น.70), กีโด้ โรดริเกซ (คริสเตียน เตโญ่ น.86), บอร์ฆ่า อิเกลเซียส (ลอเรนโซ่ โมรอน น.62), การ์เลส อเลนญ่า, นาบิล เฟคีร์

   บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อันเดร แตร์ สเตเก้น, เกลมองต์ ลองเลต์, ซามูเอล อุมติตี้, เซร์กิโอ บุสเกตส์, จูเนียร์ ฟิร์โป้ (จอร์ดี้ อัลบา น.57), เนลสัน เซเมโด้, เซร์กี้ โรเบร์โต้, เฟรงกี้ เดอ ยอง, อาร์ตูโร่ วิดัล (อาร์ตูร์ น.57), อองตวน กรีซมันน์ (อิวาน ราคิติช น.89), ลิโอเนล เมสซี่