อิงส์ ซัดชัย เซาแธมป์ตัน แซงดับ เลสเตอร์ 2-1 อดจี้ หงส์

อิงส์ ซัดชัย เซาแธมป์ตัน แซงดับ เลสเตอร์ 2-1 อดจี้ หงส์

อิงส์ ซัดประตูชัยให้กับ เซาแธมป์ตัน แซงเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 2-1 จากการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ของทัพ จิ้งจอก ทำให้อดทำคะแนนไล่จี้จ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล และยังคงระยะห่างไว้ที่ 13 คะแนน

อิงส์ ซัดชัย เซาแธมป์ตัน แซงดับ เลสเตอร์ 2-1

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก เซาแธมป์ตัน ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563

เริ่มเกมช่วง 10 นาทีแรก เซาแธมป์ตัน เป็นฝ่ายเดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่ เลสเตอร์ ทันที และก็มีโอกาสได้ลองยิงอยู่บ้าง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้

กระทั่งนาทีที่ 14 เลสเตอร์ ก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ฟรีคิกในแดงตัวเอง เปเรซ ฉวยโอกาสเปิดไปที่ว่างทางซ้ายให้ วาร์ดี้ ลากจี้ไปจนสุดเส้นหลังก่อนจะจ่ายไปให้ แพรต ซัดจ่อๆ ส่งบอลเข้าเสาสองเป็นประตู

แต่ เซาแธมป์ตัน ก็เอาคืนจนได้หลังจากนั้นไม่นานถัดมาอีกเพียงแค่ 5 นาที จากจังหวะที่ อาร์มสตรอง ได้บอลทางฝั่งขวาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะล็อคเข้าในแล้วซัดด้วยซ้าย บอลไปแฉลบ แมดดิสัน เปลี่ยนทางเข้าประตูไป ทีมเยือนตามตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 31 เลสเตอร์ ส่งบอลเข้าไปกองก้อนตาข่าย เซาแธมป์ตัน ได้อีกครั้ง แต่ไม่ได้ประตู จากจังหวะที่ วาร์ดี้ ได้บอลหลุดเดี่ยวไปหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงไปติดเซฟ แมคคาร์ธี่ เข้าประตูไป แต่หลังจากผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้ว ตัดสินไม่ให้เป็นประตูกับ จิ้งจอก เมื่อ วาร์ดี้ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ครึ่งหลังเล่นไปเล่นมา เซาแธมป์ตัน ดัมมาได้ประตูแซงนำในนาทีที่ 81 จากจังหวะที่ อดัมส์ ให้บอลไปที่อิงส์ หลุดเข้าไปก่อนจะตัดสินใจยิง ชไมเคิล เซฟได้แต่บอลแรง ปลิ้นเข้าไปตุงตาข่าย

จบเกม เซาแธมป์ตัน แซงเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

   เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิล, จอนนี่ อีแวนส์, ริคาร์โด้ เปไรร่า, ชักลาร์ โซยุคชู, เบน ชิลเวลล์, เดนนิส แพรต (ยูริ ทีเลอม็องส์ น.77), เจมส์ แมดดิสัน, ฮัมซ่า เชาดูรี, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (เคเลชี่ อิกเฮียนาโช่ น.58), เจมี่ วาร์ดี้, อโยเซ่ เปเรซ (เดมาราย เกรย์ น.67)

   เซาแธมป์ตัน : อเล็กซ์ แมคคาร์ธี่, ไรอัน เบอร์ทรานด์, เซดริช ซัวเรซ, แจ๊ค สตีเฟ่นส์, แยน เบดนาเร็ค, สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง (เช อดัมส์ น.78), นาธาน เรดมอนด์ (โอเรียล โรเมอู น.90+2), ปิแอร์ ฮอยเบิร์ก, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, เชน ลอง (มุสซ่า เฌเนโป้ น.78), แดนนี่ อิงส์.