โรดริโก้ & ปาโก้ กดคนละ 2 สเปน กินนิ่ม หมู่เกาะแฟโร 4-0 ชนะ 6 นัดรวด

โรดริโก้ & ปาโก้ กดคนละ 2 สเปน กินนิ่ม หมู่เกาะแฟโร 4-0 ชนะ 6 นัดรวด

โรดริโก้ & ปาโก้ จัดการแบ่งกันยิงไปคนละ 2 ประตู ช่วยให้ กระทิง เป็ยฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ หมู่เกาะแฟโร ไป 4-0 เป็นชัยชนะนัดที่ 6 ติดต่อกันของ สเปน เก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มเอฟในศึก ยูโร2020 รอบคัดเลือก ขณะที่หมู่เกาะแฟโรแพ้รวดเป็นนัดที่ 6 รั้งบ๊วยท้ายตาราง

โรดริโก้ & ปาโก้ กดคนละ 2 สเปน เอาชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-0

ศึกฟุตบอล ยูโร2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ สเปน เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก หมู่เกาะแฟโร ที่สนาม เอล โมลิญอน ในวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

สเปน เป็นฝ่ายที่เปิดเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนตั้งแต่ต้นเกม และก็เป็นฝ่ายที่บุกอยู่ฝ่ายเดียว จนกระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 13 จากจังหวะบอลขลุกขลิกอยู่แถวหน้ากรอบเขตโทษของทีมเยือนแล้ว ธิอาโก้ ล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นแต่ยังจิ้มบอลให้ โอยาร์ซาบัล ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะไหลไปให้โรดริโก้ยิงโล่งๆเข้าไปเป็นประตู

จากนั้นยังคงเป็น สเปน ที่โหมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้ประตูที่สอง จนสุดท้ายจบครึ่งแรก กระทิง นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 50 สเปน มาได้ประตูเพิ่มอีก 1 ลูก จากจังหวะที่ ธิอาโก้ จ่ายบอลไปให้โรดริโก้หลุดขึ้นไปทางกรอบฝั่งขวา ก่อนจะลากเข้ากลางแล้วซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแฉลบวัตส์ดัลเล็กน้อยก่อนพุ่งเข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำ 2-0

ท้ายเกม สเปน ได้เพิ่มอีก 2 ประตู เริ่มจากประตู 3-0 ในนาทีที่ 90 การ์บาฆาล ให้บอลไปที่ ธิอาโก้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะจ่ายไปเสาแรกให้ อัลกาเซร์ แปตุงตาข่าย และประตูที่ 4 ในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันจากลูกโหม่งของ อัลกาเซร์ ที่ส่งบอลเข้าประตูไปไม่เหลือ

จบเกม สเปน เปิดบ้านเอาชนะ หมู่เกาะแฟโร ไป 4-0

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

   ทีมชาติสเปน : ดาบิด เด เกอา, มาริโอ เอร์โมโซ่, เซร์กิโอ รามอส (อูไน นูนเญซ น.84), โฆเซ่ กาย่า, ดานี่ การ์บาฆาล, โรดรี้, ธิอาโก้, ดานี่ ปาเรโฆ่, โรดริโก้, ซูโซ่ (ปาโบล ซาราเบีย น.68), มิเคล โอยาร์ซาบัล (ปาโก้ อัลกาเซร์ น.61)

   หมู่เกาะแฟโร : กุนนาร์ นีลเซ่น, แอตลี เกรเกอร์สัน, ร็อกวี บัลด์วินสัน (อันเดรียส เอริคเซ่น น.55),ไฮนี่ วัตส์ดัล, วิลยอร์มูร์ ดาวิดเซ่น, โซลวี่ วาเทนฮามาร์, ฮาลลูร์ ฮานส์สัน, บรานดูร์ โอลเซ่น, โยอันเนส บียาร์ทาลิด, คลายแมงต์ โอลเซ่น (แม็กนุส เอกิลส์สัน น.87), โยอัน เอดมุนด์สัน (คาย เลโอ บาร์ทาลส์โทวู น.66)